“Aprilia” มอเตอร์ไซค์ “ดีเอ็นเอ” มอเตอร์สปอร์ตระดับตำนานจากอิตาลี

0
123

Aprilia “อาพริเลีย” ก่อตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงปี 1945 โดย Alberto Beggio เริ่มต้นจากเป็นโรงงานผลิตจักรยานที่ Noale เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ต่อมาในปี 1968 Ivano Beggio บุตรชายมารับช่วงต่อได้ผลิตมอเตอร์ไซค์รุ่นแรกของอาพริเลียขนาด 50 cc. คือ Colibrì, Daniela และ Packi  และปี 1970 ก็ผลิตมอเตอร์ไซค์วิบากรุ่นแรกคือ Scarabeo ขนาด 50 และ 125 cc. ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทำให้อาพริเลียเป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์  จากนั้นก็เริ่มต้นเข้าสู่การแข่งขันมอเตอร์ครอสแชมป์เปี้ยนชิพระดับชาติของอิตาลี ในปี 1975 และ ปี 1977 โดยนักแข่ง Ivan Alborghetti ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง อาพริเลียได้สัมผัสกับแชมป์แรกของทั้งรุ่น 125 และ 250 cc.

ในช่วงปี 1980 อาพริเลียได้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ Enduro, Trial และ Road bikes โดยมีตั้งแต่รุ่น 50 – 600 cc.ปี 1985 อาพริเลียได้เข้าแข่งขันรายการ The Motorcycle World Championship ในรุ่น 250 cc. การแข่งขันครั้งนี้นักแข่ง Loris Reggiani ทำผลงานได้เป็นอันดับที่ 12 และก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 3 ตอนจบฤดูกาล ปี 1988 ก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศเป็นครั้งแรกในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ขนาด 250 cc. โดยขับขี่ในรุ่น AF 1

อาพริเลียได้พัฒนา RS250V ในปี 1991 ให้มีสมรรถนะสุดแกร่งเพื่อใช้สำหรับการแข่งขัน สำหรับนักแข่งคนเก่งของทีม Alessandro Gramigni ที่เป็นคนคว้าแชมป์แรกในปี 1992 กับการแข่งขันรายการกรังด์ปรีซ์ ในรุ่น 125 cc. และแชมป์โลก ส่วนนักบิดผู้มีพรสวรรค์ Max Biaggi ก็คว้าแชมป์ในรายการ The European 250 ในปีเดียวกันนี้ และต่อมาในปี 1994 Max Biaggi ยังคว้าแชมป์โลกรุ่น 250 มาครองเป็นผลสำเร็จกับอาพริเลียรถคู่ใจและคาซึโตะ ซาคาตะ (Kazuto Sakata) ที่คว้าตำแหน่งแชมป์โลกในรุ่น 125 ซีซี ได้เช่นกัน 

Valentino Rossi นักบิดเจ้าสนามรุ่นเล็กที่คว้าชัยชนะบนเบาะมอเตอร์ไซค์ 11 ครั้ง ในปี 1997 สำหรับปี 1999 นับเป็นปีทองของเขา ที่สามารถคว้าแชมป์โลกในรุ่น 250 cc. และคว้าชัยชนะมาครองได้อีก 9 รายการ กับสุดยอดมอเตอร์ไซค์แบบ 2 กระบอกสูบ Aprilia RSW

ปี 2002 Marco Melandri  250 cc. และ Arnuad Vincent รุ่น 125 cc. ก็ยังทำให้อาพริเลียคว้ารางวัลชนะเลิศในรายการ The Motorcycle World Championships ในรุ่น 125 และ 250 cc. โดยได้รางวัลประเภทผู้ผลิตและรางวัลสุดยอดนักแข่ง แต่รุ่นที่สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จเป็นอย่างมากคือรุ่น 250 cc. พร้อมกับเปิดตัว RS Cube 3 กระบอกสูบรถแข่งรุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ในการแข่งขันรายการ MotoGP ในปีเดียวกัน

จากนั้นปี 2004 – 2005 หลังจากพัฒนาสมรรถนะของรถแข่งเพิ่มขึ้น สนามออฟโรดจึงมีอาพริเลียหวนกลับคืนสู่สนามโดยลงแข่งขันในรายการ The Cross Enduro และ Supermoto โดยมีทีมจาก The Noale Racing Division คอยสนับสนุน และร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเครือ Piaggio Group ทำให้ทีมงานนักแข่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น จนพาทีมอาพริเลียพิชิตแชมป์ระดับโลกได้ถึง 6 รายการเมื่อจบฤดูกาล 2006 

ในปี 2009 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่ออาพริเลียเปิดตัว RSV4 ซุปเปอร์ไบค์ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 1000 cc. แบบ V4 สูบทำมุม 60 องศา จวบจนปี 2010 อาพริเลียก็ยังไม่หยุดสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมต่อในรายการ Superbike World Championship (WSBK) โดยนักแข่ง Max Biaggi ขับขี่รถรุ่นนี้ ลงสนามพิชิตชัยชนะระดับโลกได้ ทำให้เขาเป็นนักแข่งชาวอิตาเลียนคนแรกที่คว้าแชมป์ในรายการแข่งขันนี้

สำหรับการแข่งขัน Superbike 2012 จัดเป็นฤดูกาลแห่งชัยชนะของอาพริเลียอย่างแท้จริง Max Biaggi  ทำผลงานบนหลังเบาะได้ดีอย่างต่อเนื่องครองตำแหน่งผู้นำได้เกือบตลอดทั้งรายการ โดยเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ในการแข่งขันซุปเปอร์ไบค์ระดับอาชีพ ในปี 2015 อาพริเลียได้กลับคืนสู่สนามแข่งขัน MotoGP อีกครั้ง โดยใช้รถ Aprilia RS-GP เครื่องยนต์ V4 แบบ Narrow เป็นรถรุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบและพัฒนา โดยฝ่ายการแข่งขันของบริษัทเพื่อใช้ในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอาพริเลีย

ล่าสุดที่ผ่านมาก่อนการแข่งขัน MotoGP รายการ “OR THAILAND GRAND PRIX 2022” สนามที่ 17 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ทางอาพริเลียได้จัดกิจกรรม “Aprilia Real Team Real experience” เป็นการเปิดประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแฟนคลับ และสื่อมวลชนได้เข้าร่วมกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งพบปะพูดคุยสัมภาษณ์กันอย่างใกล้ชิด ร่วมถ่ายภาพและรับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นเป็นที่ระลึก จากสองนักแข่งโมโตจีพีแชมป์ระดับโลกชาวสเปน อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร #41 และมาเวอริค บีญาเลส #12 สังกัดอาพริเลียเรซซิ่ง โดยงานนี้จัดขึ้นที่โชว์รูม โมโตเพล็กซ์ แบงค็อก สุขุมวิท 26

มาเวอริค บีญาเลส กล่าวว่า “การคว้าโพเดียมที่ไทยเมื่อ 2 ปีก่อนนั้น ได้เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวผม และผมเองก็หวังว่าจะสามารถทำได้อีกครั้ง ส่วน อเล็กซ์  เพื่อนร่วมทีมที่ลุ้นแชมป์โลกอยู่ตอนนี้ ผมก็พร้อมจะช่วยสนับสนุน แต่ถ้าผมและอเล็กซ์ได้มีโอกาสลุ้นชัยชนะที่ไทยทั้งคู่มันก็จะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ผมเองนั้นพร้อมที่จะเป็นทีมเมทอยู่เคียงข้างรวมถึงสนับสนุนอเล็กซ์ในการลุ้นแชมป์นี้อย่างเต็มที่”

และทาง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “การที่ผมได้ร่วมงานกับอาพริเลียนั้นทำให้ผมได้พัฒนาขึ้น และการแข่งขันในสนาม การบาลานซ์ระหว่างผมกับทีมนั้นสำคัญมาก คือ หากมีรถที่แต่ทีมไม่ดีก็ยากที่จะชนะ และหากมีทีมที่ดีแต่รถไม่ดี ก็ยากจะชนะเช่นกัน สำหรับปีนี้ทั้งผมและอาพริเลียเป็นสองอย่างที่บาลานซ์กัน และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะมีโอกาสในการคว้าแชมป์ในปีนี้”

อาพริเลียยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งเทคโนโลยี และสมรรถนะเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง และยังคงเดินหน้าเก็บชัยชนะในทุกสนามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาพริเลียคือความหลงใหลในแบบอิตาเลียนขนานแท้ สัมผัสอาดรีนาลีนไปกับพละกำลังสูงสุด ที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย ด้วยเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความสนุกแบบไร้ขอบเขต ไม่สำคัญว่าจะเป็นบนท้องถนนหรือในสนามแข่ง อาพริเลียดีไซน์เพื่อตอบโจทย์นักแข่ง สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบหัวใจนักขี่ “Designed for racer Built for rider”

หากใครสนใจอยากสัมผัส DNA แห่งมอเตอร์สปอร์ต สามารถมาลองเริ่มต้นได้กับ Aprilia SR GT 200 / SR GT 200 Sport เป็นสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุด Be A Racer” จากอาพริเลีย มีขนาดคล่องตัวที่รองรับการขับขี่สไตล์ Urban Adventure กับทุกเส้นทางทั้งในเมืองนอกเมืองทางดินทางฝุ่น ที่ถ่ายทอด DNA ของอาพริเลียสะท้อนตัวตนได้อย่างเต็มเปี่ยม “Design for racer, Build for rider” ด้วยการออกแบบสไตล์ Italian Design ที่เป็นเอกลักษณ์หรูหราเหนือระดับโดดเด่นไม่เหมือนใคร กับไฟหน้า LED 3 ดวง ของความเป็นอาพริเลียในรถทุกรุ่น

ระบบไฟ LED รอบคันพร้อมไฟ Daytime Running Light เรือนไมล์ดิจิตอล LED สามารถเชื่อมต่อ Smart Phone ผ่านระบบ Bluetooth มีช่องจ่ายไฟ USB แฟริ่งด้านข้างดูสวยสะดุดตาด้วยสติ๊กเกอร์ตัว a ที่เป็นสัญลักษณ์ของอาพริเลียในรุ่น SR GT 200 Sport รูปโฉมปราดเปรียวแบบนักกีฬาสไตล์สปอร์ต ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างเร้าใจ 

ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ i-Get รุ่นใหม่ล่าสุดสูบเดี่ยว 4 วาล์ว ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 174.4 CC. แรงม้าสูงสุด 17.6 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.5 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังแบบอัติโนมัติต่อเนื่อง CVT ขับเคลื่อนด้วยสายพาน ความจุถังน้ำมัน 9 ลิตร น้ำหนักรถ 148 กก. โช๊คอัพหน้าเทเลสโคปิค Showa ขนาดแกน 33 มม. ระยะยุบ 120 มม. โช๊คอัพหลัง Showa ปรับได้ 5 ระดับ ระยะยุบ 102 มม. เบรกหน้าจานดิสก์ขนาด 260 มม. มาพร้อมกับ ABS เบรกหลังจานดิสก์ขนาด 220 มม. ยางหน้าขนาด 110/80 ขอบ 14 นิ้ว ยางหลังขนาด 130/70 ขอบ 13 นิ้ว ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 799 มม. ที่จะให้คุณสนุกกับการขับขี่ใช้งานง่ายไปได้ทุกวัน “Everyday Everywhere”

 

Aprilia SR GT 200 มี 2 สี ให้เลือก STREET GREY / APRILIA BLACK

ราคา 143,900 บาท

Aprilia SR GT 200 Sport มี 3 สี ให้เลือก STREET GOLD / RED RACEWAY / IRIDIUM GREY

ราคา 148,900 บาท

**

 

พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถ Aprilia SR GT ผ่านช่องทาง https://www.apriliasrgtthailand.com/ จำนวน 500 ท่านแรก

รับของที่ระลึก Aprilia SR GT Premium Kit ประกอบไปด้วย หมวก, กระเป๋า, พวงกุญแจ และ สติ๊กเกอร์ (รวมมูลค่า 2,500 บาท) 

 

หมายเหตุ

ของที่ระลึก Aprilia SR GT Premium Kit จะได้รับในวันที่ท่านรับรถกับดีลเลอร์ที่ท่านได้เลือกไว้

 

สำหรับผู้ที่สนใจมอเตอร์ไซค์อาพริเลียสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามได้ที่ 

https://www.aprilia.com/th_TH/

https://www.facebook.com/OfficialApriliaThailand

https://www.facebook.com/motoplexsukhumvit26

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here