สัมผัสนิยามใหม่แห่งการเดินทางที่สมบูรณ์แบบกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่

0
117

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนราว 100 คน เพื่อร่วมกิจกรรมทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี (ปลั๊กอินไฮบริด) ใหม่ แบบวันเดย์ทริปรอบกรุงเทพฯ โดยตลอดเส้นทางการทดสอบได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และระบบเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบายระดับพรีเมียม เพื่อตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก 

“การเปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ คือ การก้าวสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมการทดสอบขับในครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจากรถเอสยูวีที่มีสมรรถนะเหนือระดับ ผมจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี รุ่นนี้ จะเป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ หรูหรา และสะดวกสบายบนทุกสภาพถนน ทรงพลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 305 แรงม้า(1) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ลิขสิทธิ์เฉพาะของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่แตกต่างจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไป” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่เป็นได้มากกว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่สื่อมวลชน เพื่อสัมผัสกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการปรุงอาหารมื้อเช้ากลางแจ้งกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์      พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ เพียงการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ เพื่อให้สื่อมวลได้สนุกสนานกับไลฟ์สไตล์และการผจญภัยรูปแบบใหม่นี้

ถัดจากนั้นสื่อมวลชนจึงได้เริ่มการทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ รอบกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากการทดสอบขับด้วย โหมดอีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ปราศจากการใช้น้ำมัน และยังปราศจากมลพิษ โดยตลอดการเดินทางสื่อมวลชนยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง และความหรูหราเหนือระดับของห้องโดยสาร ที่ครบทุกฟังก์ชันของความสะดวกสบาย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ ‘ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท’ ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านความสะดวกสบาย และยังสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง พร้อมกันนี้สื่อมวลชนยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ที่รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ มากมาย 

เมื่อออกสู่ย่านชานเมืองโดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอก สื่อมวลชนยังได้มีโอกาสการทดสอบขับทั้ง โหมดซีรีย์ ไฮบริด และโหมดพาราเรล ไฮบริด เพื่อสัมผัสกับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ โดย โหมดซีรีย์ ไฮบริด ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และ โหมดพาราเรล ไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถจ่ายพลังงานคืนเพื่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่

พร้อมกันนี้ตลอดเส้นทางการทดสอบขับ สื่อมวลชนยังได้มีโอกาสทดสอบระบบความปลอดภัยที่ครบครันและเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)  และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด 

สำหรับการทดสอบขับในช่วงบ่ายที่เป็นแบบฟรีรัน เพื่อขับกลับมายังสนามทดสอบ อิมแพ็ค ริมทะเลสาบ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร(2) หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม.(2) ตามมาตรฐาน NEDC(3)  มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม.(2) พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดการเดินทาง

โดยช่วงท้ายของการทดสอบ สื่อมวลชนยังได้พิสูจน์กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ผู้ขับขี่จึงได้สัมผัสกับสมรรถนะการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไปได้อย่างเต็มที่

และที่สนามทดสอบ อิมแพ็ค ริมทะเลสาบ ยังเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) เพิ่มเติม ด้วยกิจกรรมการทดสอบขับรูปแบบพิเศษ ประกอบด้วย การทดสอบอัตราการเร่ง ระบบการควบคุม ระบบเบรก และระบบเสถียรภาพด้วยการเข้าโค้งแบบวงกลม ที่แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนได้บนทุกสภาพถนน

กิจกรรมการทดสอบขับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเหนือระดับของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถขับขี่โดยปราศจากความกังวลในด้านระยะทางการขับขี่ มีมลพิษที่ต่ำ และประหยัดน้ำมันได้มากกว่า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสมรรถนะที่เหนือกว่าทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์แบบไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มั่นใจได้ในความทนทาน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond(4), สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(5) ฟรี มิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี, ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และ พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท(6) 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here