Prime Time : เจาะลึก กลยุทธ์ ฟอร์ด ประเทศไทย “เปลี่ยน” เพื่อเติบโตอย่างมั่นคง

0
1192

ฟอร์ด ประเทศไทย ขับเคลื่อนสู่อนาคตอย่างมั่นคงท่ามกลางสกานการณ์วิกฤตโควิด-19 มุ่งเน้น People First, Operation Excellence เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมปรับตัวทุกเวลา ก้าวสู่การพัฒนาสู่รูปแบบใหม่รองรับทุกความต้องการผู้บริโภค เน้นชู 3 กลยุทธ์หลัก “ลูกค้า”, “ผลิตภัณฑ์”, “ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง” เสริมความแข็งแกร่ง ภายใต้แนวคิดนโยบายหลัก Global Direction ของฟอร์ดทั่วโลก

นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย

ล่าสุด นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เผยกับ แบงค็อก ออโต ซาลอน ว่า “เราดูแลทุกคนเหมือนคนในครอบครัวของเรา บุคลากรคือแฟมิลี่ของฟอร์ด People First เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนระบบการทำงาน ทำให้เราผ่านวิกฤตไปได้ เป็น Global Direction แนวทางการบริหารของฟอร์ดทั่วโลก” เจาะกลยุทธ์ ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ต้องทำคือ ปรับตัวเข้าหาลูกค้าแบ่งเป็น 3 ข้อหลัก

กลยุทธ์แรก ในด้านผลิตภัณฑ์ ฟอร์ดเป็นผู้นำเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ ด้านความปลอดภัยที่นำเข้าไปใส่ในตัวรถยนต์ ทั้งระบบการสั่งงานด้วยเสียง ระบบช่วยการขับขี่ถอยจอดอัตโนมัติ นับเป็นผู้นำเทคโนโลยีที่มาพร้อมความปลอดภัย การันตีด้วยรางวัลโซลเซียลอวรร์ด 5 ปีซ้อน

กลยุทธ์ที่สอง Digital First รองรับพฤติกรรม ความต้องการ ไลฟ์สไตล์ ที่เปลี่ยนไปในของผู้บริโภค เช่น จับมือกับพาร์เนอร์ อย่างลาซาด้า ด้วยการจำหน่ายคูปองส่วนลด รวมทั้งการจัดมหกรรมขายรถออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ในกิจกรรม Ford Motor Show Live ครั้งแรกของฟอร์ด ให้มีความรู้การทำตลาดดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไปในพื้นที่มากขึ้น ในช่วงโควิด-19 อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ฟอร์ดไปหาคุณที่บ้าน คือการส่งรถไปให้ลูกค้าทดลองขับถึงที่บ้านเรียกว่า เทสไดร์ฟ เดลิเวอรี่ (Test dirve Delivery) และยังมี เซอร์วิส เดลิวิรี่ ให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด

กลยุทธ์ที่สาม ลูกค้าคือคนที่สำคัญที่สุดของธุรกิจเรา เรามีนโยบายชัดเจน 4 เรื่อง คือ 1 เป็นผู้รับฟัง ทุกกรณี 24 ชั่วโมงคอลเซ็นเตอร์เบอร์ 1383 เรื่องที่ 2 เราทำทันที (Take Action) เรื่องที่ 3 พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา และเรื่องที่ 4 มุ่งเน้นพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

เทคโนโลยีในกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก เราปฏิเสธไม่ได้ในยุคของโซลเซียลมีเดีย ระบบต่างๆ จะเข้ามาแทนคนมากขึ้นแต่ผมมองว่าจะแทนได้บางส่วน สิ่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจรถยนต์เราเป็นงานบริการ เรายังต้องการฮิมแมนทรัค ได้เห็นหน้าเห็นตา มาสัมผัสกัน ผมมองว่าเรายังต้องใช้คนควบคู่กันไปกับเทคโนโลยี หรือข้อมูลและให้บริการลูกค้า ผมมองว่าสิ่งสำคัญในอนาคตคือ องค์กรของเราต้องเป็นองค์กรที่ปรับตัว และมีความยืดหยุ่นได้รวดเร็ว สามารถเปลี่ยนได้เสมอ ไม่ยึดติดกับอดีต อดีตที่เราเคยทำแล้วสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าอนาคตเราทำเหมือนเดิมแล้วจะสำเร็จ เราต้องเป็นองค์กรที่ เปิดกว้าง รับฟัง พร้อมเปลี่ยนแปลง เหมือนกับแนวคิดที่ฟอร์ดดูแลลูกค้ามาโดยตลอดครับ

วิสัยทัศน์ส่วนตัว การบริหารงาน หัวใจสำคัญให้องค์กรเติบโตคือ การมีส่วนร่วม ผมเน้นกลับไปที่คน ผมเป็นคนที่ทำงานแล้ว ผมต้องการให้คนคุยกับผม ไม่ใช่ความคิดผมเป็นใหญ่อย่างเดียว อยากได้ทีมเวิร์ค เชื่อมั่นในศักยภาพของคนทุกๆ

“ในฐานะผู้นำจะเปิดโอกาส และให้เค้าแสดงศักยภาพ ได้เต็มที่หรือเปล่า วิสัยทัศน์ ทุกคนมีส่วน มีสิทธิ์ในการแสดงออก ทำงานเป็นทีม บุคลากร หรือคน คือ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการธุรกิจ ที่จะทำให้องค์กรเติบโตไปข้างหน้า”

อนาคตคนไทยมีโอกาสได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากฟอร์ดมั้ย มีหลายๆ อย่างประกอบกัน ข้อจำกัดเรื่องระยะทาง ระยะเวลาในการชาร์ตไฟ ซึ่งฟอร์ดเองมีรถไฟฟ้าเปิดตัวอยู่ที่ประเทศอื่นๆ เรามีการศึกษาอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและทุกอย่างมีความพร้อมเราจะมีการแนะนำให้ลูกค้าคนไทยแน่นอน

ชมคลิปสัมภาษณ์เต็มได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=VZ4ZIe2bwQQ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here