ผ่ากลยุทธ์ MGC-ASIA ผนึกกำลัง ต่อยอดธุรกิจใหม่ เข้าถึงทุกเจนฯ สู่นิวอีโคซิสเท็ม เต็มรูปแบบ

0
139
  • ปีที่ผ่านมา เอ็มจีซี-เอเชีย ครองสัดส่วนยอดขายสูงสุดในตลาดรถพรีเมียมขึ้นไป
  • • สร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ พร้อมขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม
  • • สร้างประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้า ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทุกแพลตฟอร์ม

กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย แถลงผลประกอบการ พร้อมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2564 ‘MGC-ASIA Moving Forward 2021’ เน้นเชิงกลยุทธ์ สร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

++ ประสบการณ์ 20 ปี การันตีด้วยตำแหน่งหนึ่งในผู้นำตลาดรถพรีเมียมในเมืองไทย

ปี 2563 อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบ สำหรับประเทศไทย เอ็มจีซี-เอเชีย มีรายได้ในปี 2563 รวม 21,465 ล้านบาท กับยอดจำหน่ายรถใหม่รวม 10,078 คัน ลดลง 13.5% ขณะที่ตลาดโดยรวมมียอดขายลดลง 31% โดย เอ็มจีซี-เอเชีย สามารถครองสัดส่วนยอดขาย 17% ในตลาดรถพรีเมียมขึ้นไป และยังคงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ครบวงจร พร้อมใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ได้ตรงจุดอย่างมีประสิทธิภาพ

++ ผนึกกำลังทั้งพันธมิตรและบุคลากร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม

ความไดนามิค ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน คือ หนึ่งในดีเอ็นเอสำคัญของ เอ็มจีซี-เอเชียดังที่เห็นได้จากการมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพอยู่ตลอด ขณะที่ภาพรวมของ เปอโยต์ ในประเทศไทย ก็มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง กับยอดขายที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับการที่เจ้าของแบรนด์อย่าง กรุ๊ป พีเอสเอ ได้ควบรวมกิจการกับกลุ่ม เอฟซีเอ (เฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิล) ภายใต้ชื่อใหม่ ‘STELLANTIS’ ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับ 4 ของโลก

อีกหนึ่งธุรกิจที่มาแรงไม่แพ้กันก็คือ ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ที่เกิดจากการ

ควบรวมกิจการระหว่าง ฮาวเด้น ภายใต้ ไฮพีเรียน อินชัวรันส์ กรุ๊ป นายหน้าประกันภัยอันดับหนึ่ง ของโลก ที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน และ แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ นายหน้าประกันภัยระดับท็อปเท็นของไทย ส่งผลให้ปีที่ผ่านมา ฮาวเด้น แมกซี่ มีรายได้จากเบี้ยประกันสูงถึง 2,767 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 14% นอกจากนั้น เอ็มจีซี-เอเชีย ก็มีการดูแลลูกค้าและพนักงานในช่วงการระบาดของไวรัส โควิด-19 อย่างเต็มระบบ 

++ เตรียมรองรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า สร้างประสบการณ์แบบครบวงจร

ปี 2564 เอ็มจีซี-เอเชีย พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการหลังการขาย ด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุม อีกทั้งมีการเตรียมพร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ด้วยการเตรียมความพร้อมโครงสร้างขั้นพื้นฐาน พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือพิเศษ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร

++ เครือข่ายครอบคลุม เจาะลูกค้าทุกเซกเมนท์

นอกจากนั้นทางกลุ่มได้มีการเตรียมแผนขยายเครือข่าย โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร 

บน 5 โลเคชั่นสำคัญ ผ่าน 7 แบรนด์ในเครือ (หรือ 5/7) อาทิเช่น ลาดพร้าว 112, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, บางนา-ตราด กม. 4.5, ราชพฤกษ์-ธนบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงมีแผนขยายเครือข่าย MMS Bosch Car Service เพิ่มอีก 15 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยมีกลยุทธ์ในการสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจ ผ่าน 5 การรับรู้ คือ รูป, รส, กลิ่น, เสียง และสัมผัส

++ ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล DATA EXCELLENCE CENTER

เอ็มจีซี-เอเชีย ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ในประเทศไทย ด้วยการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Excellence Center) เพื่อดูแลฐานลูกค้ากว่า 550,000 ราย พร้อมยกระดับการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุด รวมถึงการบริการที่แม่นยำ รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนในทุกเซกเมนท์

++ ส่วนหนึ่งของสังคม ผ่านกิจกรรม CSR พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทาง เอ็มจีซี-เอเชีย ให้ความสำคัญตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คือ การตอบแทนสังคม ผ่าน ‘มูลนิธิ ธรรมชวนวิริยะ’ ที่ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง กับหลากหลายกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม อาทิ การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย, มอบสิ่งของที่จำเป็น

ให้เด็กกำพร้า, สร้างสนามเด็กเล่น และอื่นๆ โดยทางมูลนิธิฯ มีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here