ซูซูกิ แนะนำ SUZUKI XL7 อัพเกรดอ็อปชันพิเศษ เติมความคุ้มค่า วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 814,000 บาท

0
32
     บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อผู้บริโภคชาวไทย โดยการแนะนำรถยนต์ SUZUKI XL7 รุ่นปรับปรุงใหม่ เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ตอกย้ำความนิยมในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ชูความโดดเด่นด้านการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย มอบความสนุก ความท้าทาย และความคุ้มค่าที่สุดในตลาดตามแบบฉบับของ Multi-Dynamic Crossover

     มร.มิโนรุ อามาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการแนะนำ SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover ครั้งนี้ เป็นการพัฒนาปรับปรุงให้มีความครบครันเหมาะสมกับความเป็นรถ MPV ที่พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการเป็นรถที่ให้มากกว่าความคุ้มค่า กับราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายนอกและภายในของตัวรถออกแบบมาอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียดที่ตอบรับและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่ง SUZUKI XL7 นับเป็นรถรุ่นที่ช่วยผลักดันยอดขายของซูซูกิให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่การเปิดตัวกลางปี 2563 ยอดขายรวมอยู่ที่ 7,042 คัน คาดว่า SUZUKI XL7 จะมีส่วนช่วยในการผลักดันให้ยอดขายของซูซูกิในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

      นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 ยังคงการออกแบบด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานแนวทางสปอร์ตเข้มและดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม สอดรับกับไฟหน้า LED สามารถปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เติมความเข้มด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว รวมถึงราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น

โดยในครั้งนี้ได้เพิ่มอุปกรณ์ แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) รองรับการชาร์จโทรศัพท์มือถือได้หลากหลาย พร้อมด้วยกล้องบันทึกภาพด้านหน้ารถ (Digital VDO Recorder) ติดตั้งมาจากโรงงานช่วยบันทึกเหตุการณ์ในการขับขี่ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาวะถนน

ทั้งยังคงไว้ด้วยอุปกรณ์สำคัญที่เป็นจุดเด่นของ SUZUKI XL7 และทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร มอบกำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า/6,000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ปรับตั้งประสิทธิภาพเครื่องยนต์และอัตราทดเกียร์ให้เหมาะกับการขับขี่อย่างลงตัว ผสานกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิ ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว สนุกสนาน ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น     ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งเพื่อตอบสนองการขับขี่ได้ในทุกไลฟ์สไตล์ ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP และการปรับแต่ง module ในพวงมาลัยที่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้เข้าโค้งได้แม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether, กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

สำหรับ SUZUKI XL7 Multi-Dynamic Crossover มีราคาและสีรถให้เลือกดังนี้ สีส้ม สีเทาเข้ม สีดำ ราคา 814,000 บาท, สีขาว ราคา 819,000 บาท, สีทูโทน-ตัวรถสีส้มตัดกับหลังคาสีดำ ราคา 824,00 บาท, สีทูโทน-ตัวรถสีขาวตัดกับหลังคาสีดำ ราคา 829,000 บาท

พร้อมกับแคมเปญรับข้อเสนอพิเศษส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 15,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิยังคงยึดมั่นในปรัชญาของซูซูกิคือผลิตสินค้าที่มีคุณค่าเหมือนว่าเราคือผู้ใช้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพงานบริการของโชว์รูมผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศ สอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งนอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริง ที่ต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here