Home AUTO SALON Daily The ONE's choice “ตำนานแห่งเครื่องยนต์โรตารี่”

“ตำนานแห่งเครื่องยนต์โรตารี่”

ผมมีอีกเรื่องที่อยากจะเขียนจากสิ่งที่เก็บตกได้มาจากงาน
Tokyo Auto Salon ครั้งที่ผ่านมา นั่นคือรถยนต์วินเทจของ Mazda ที่เข้าร่วมโชว์ในงานในวันนั้น
แต่สิ่งหลักที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือขุมพลังของมันที่ในยุคนั้นใช้เครื่องยนต์แบบ Wankel หรือที่เรียกกันติดจากว่าเครื่องแบบ
“โรตารี่” นั่นเอง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักก่อนดีกว่าเจ้าเครื่องยนต์แบบ
Wankel มันคืออะไร
ใครทราบแล้วก็ข้ามตรงนี้ไปได้เลย เครื่องยนต์ Wankel หรือโรตารี่นี้คือเครื่องยนต์สันดาปภายในชนิดหนึ่ง
แต่ที่แตกต่างไปจากเครื่องยนต์แบบลูกสูบปกติที่เปลี่ยนการอัดอากาศของลูกสูบทรงกระบอกให้กลายเป็นพลังงานก็คือมันจะเปลี่ยนกำลังอัดที่เกิดจากการหมุนของโรเตอร์
(ที่เปรียบเสมือนเป็นลูกสูบ)
ให้กลายเป็นพลังงานโดยอากาศจะถูกอัดตัวและจุดระเบิดจากด้านข้างของโรเตอร์ที่หมุนอยู่ใน
housing ที่เปรียบเสมือนเป็นเสื้อสูบของมัน
ซึ่งคุณสมบัติในแง่บวกของเครื่องยนต์แบบนี้ก็จะได้เรื่องน้ำหนักที่เบา, การทำงานที่ราบเรียบ, ตัวเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก, รอบจัด และอัตราส่วนแรงม้าต้อน้ำหนักที่สูงกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบ
ส่วนคุณสมบัติที่ปลายอีกข้างหนึ่งที่ทุกคนรู้กันดีก็คือมันซดน้ำมันเสียเหลือเกิน
ในทางเทคนิคผมคงขอเกริ่นเอาไว้แค่นี้ใครสนใจอยากจะรู้ลึกถึงการทำงานทางเทคนิคของมันไปกว่านี้ก็น่าจะหาอ่านได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป

ทีนี้มีถึงเรื่องประวัติความเป็นมาของมันบ้าง
เครื่องยนต์ Wankel นี้ถูกออกแบบขึ้นโดยวิศวกรเยอรมันนายหนึ่งที่ชื่อ Felix Wankel ซึ่งนั่นคือที่มาของชื่อ “Wankel” ของมัน เขาจดลิขสิทธิ์เอาไว้ในปี 1929 แต่กว่าจะเริ่มเอาคอนเซ็ปต์นี้มาลงมือทำก็ปาเข้าไปราวต้นยุค
1950’s โดยตอนนั้นเขาทำงานให้กับบริษัทรถยนต์
NSU (ภายหลังถูกซื้อกิจการไปโดย
Volkswagen จากนั้นก็ควบรวมกิจการเข้ากับ Auto Union เพื่อตั้งเป็นบริษัท
Audi)

ในปี 1961 ทาง Mazda ได้เซนต์สัญญาร่วมกับ NSU ในการที่จะพัฒนาเครื่องยนต์
Wankel ร่วมกันเพื่อที่จะนำมาใช้เป็นขุมพลังสำหรับรถยนต์
แต่ถึงแม้ว่าในปี 1964  Mazda จะสามารถทำเครื่องยนต์ต้นแบบได้สำเร็จในปีนั้น แต่ NSU เป็นเจ้าแรกที่สามารถผลิตรถยนต์เครื่องโรตารี่ออกมาขายได้ก่อนโดยใช้ชื่อรุ่นว่า
NSU Spider

กลับมาที่ Mazda กัน สำนักนี้ได้เอาเครื่องยนต์โรตารี่มาใช้ในรถหลายรุ่นตั้งแต่ยุค 70’s ซึ่งจะเรียกได้ว่าในยุคนั้นหากพูดถึง Mazda ก็จะนึกถึงเครื่องยนต์โรตารี่กันเลยทีเดียว ซึ่งมีเวอร์ชั่นที่หลากหลาย ทั้งระบบคาร์บูเรเตอร์และหัวฉีด และทั้ง n/a และเทอร์โบ อย่างเช่น R100, RX-2, RX-3, RX4, Luce, RX-7 และ RX-8 ที่เป็นตัวอำลาของ Mazda ในงาน Tokyo Auto Salon ในวันนั้นมีรถพลังโรตารี่ของ Mazda ประทับใจผมอยู่สองคัน คันหนึ่งเป็น RX-7 Savanna เจนเนอเรชั่นแรก (SA22C) โดยมันถูกเอามาแต่งให้มีรูปลักษณ์เหมือนตัวแข่ง IMSA GT ฝั่งอเมริกา แต่ก็ยังใช้งานเป็นถนนปกติได้ รถคันนี้ทำออกมาได้อย่างสวยงามกลมกลืนโดยสำนัก RE AMEMIYA และสมแก่ตำแหน่ง “Best Tuning Car” ของงานในปีนั้นอย่างไม่มีข้อสงสัย ผมได้มีโอกาสคุยกับเจ้าของสำนักนี้ก็รวมความประมาณว่าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากตัวแข่ง IMSA GT ในยุคโน้นนั้นเอง และบอกว่ารถคันนี้ใช้เวลาทำแค่หกเดือนเท่านั้นเอง และตอนนี้ก็ยังรับทำให้กับลูกค้าตามออเดอร์อยู่ ใครสนใจก็ลองติดต่อไปดูนะครับ

ส่วนอีกคันเป็น Mazda RX-3 (เข้าใจว่าเป็น series II เพราะผมไม่ได้เจอเจ้าของรถ) สีฟ้าสดใสที่มาพร้อมกับโป่งยักษ์ที่เห็นปุ๊บก็ชวนให้นึกถึงยุครุ่งเรืองของมันใน JTCC ในช่วงปลายยุค 70’s ขึ้นมาทันที ซึ่งรูปแบบการแต่งแบบนี้ในปัจจุบันนี้ก็ได้รับความนิยมทั้งสายคลาสสิคและสายเรโทรกันพอสมควร

เมื่อพูดถึงโรตารี่ทั้งฝั่งเยอรมันและฝั่งญี่ปุ่นแล้ว
ขอต่อยอดอีกนิดไปฝั่งอเมริกา
มีบุคคลอีกคนหนึ่งที่ผมนับถือที่ถือว่าเป็นกูรูในเรื่องเครื่องยนต์โรตารี่ของฝั่งอเมริกาที่ไม่เป็นสองรองใคร
คนนั้นคือ Jim Downing แห่งสำนัก Downing Atlanta ที่มีฐานบัญชาการอยู่ที่เมือง Atlanta รัฐ Georgia เมื่อปลายปีที่แล้วผมได้เจอ Jim Downing อีกครั้งหลังจากที่ได้เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2009 เราคุยกันถึงเรื่องรถ
เรื่องรามากมาย เรายังจำกันได้แม้เวลาจะผ่านไปถึงสิบปีแล้วก็ตาม

บางคนอาจจะสงสัยว่า Jim เป็นกูรูระดับไหนล่ะ? ขอบอกว่าระดับ
“ตำนานของโลก” เลยเชียวล่ะ เอาเป็นว่าเขาเป็นนักแข่งรถมาชั่วชีวิต และชอบรถ Mazda ที่เป็นเครื่องโรตารี่เป็นชีวิตจิตใจ
เขาทำทั้งแบบ 2, 3, และ 4 โรเตอร์ โดยเฉพาะตัวที่เป็นแบบตัวแข่ง Group C และเคยได้แชมป์ของ IMSA ถึงห้าสมัย
ทุกวันนี้เขามีงานอดิเรกด้วยการทำรถแข่งเครื่องโรตารี่ในเวิร์คช็อปของเขา
และว่างๆเขาก็ยังเอาพวกมันออกไปขับเล่นอยู่ด้วย

แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาเป็น
“ตำนานของโลก” สิ่งที่ทำให้เขาเป็น “ตำนานของโลก” ก็คือเขาเป็นผู้ประดิษฐ์ H.A.N.S ขึ้นมานั่นเอง
หวังว่านักแข่งรถทุกคนคงจะรู้ว่ามันคืออะไร มันคืออุปกรณ์ป้องกันคอคนขับเวลาที่รถชน
หรือกระแทกเข้ากับอะไรที่ทำให้หัวพุ่งไปข้างหน้า
หรือด้านข้างอย่างรุนแรงจนทำให้คอหัก
เจ้าตัวนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ยึดเอาไว้ให้หัวนิ่งอยู่กับที่ (โดยมีสายยึดกับหมวก
และตัวของมันเองก็ถูก safety harness ทับไว้อีกที และตอนนี้มันได้กลายเป็น The Must ที่นักแข่งที่แข่งขันภายใต้ FIA จะต้องใช้ไปเรียบร้อยแล้ว

Jim เคยหยิบ prototype H.A.N.S อันแรกของโลก (ขี้ฝุ่นเขรอะเลย) ที่เขาทำเมื่อยุค 80s มาให้ผมดูเมื่อสิบปีก่อน
ซึ่งตอนนี้เขาขายสิทธิบัตรของมันให้กับ Simpson ไปเมื่อห้าหกปีก่อนไปผลิตด้วยเขาเล่าพลางหัวเราะให้ผมฟังว่า
10 ปีแรกนับตั้งแต่เริ่มผลิตเมื่อประมาณปี
1986 เขาขายไปได้แค่ 250 อัน พอ Senna ตาย
และวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ Dale Earnhardt ตายที่ Daytona ก็มีออเดอร์เข้ามาทีเดียว 250 อันเลย

ตอนนี้ด้วยวัย 78 ปีเขาบอกว่าอยากจะพักแล้วเลยขายทุกอย่างออกไป รวมไปถึงสิทธิบัตรชุด kit supercharge ของเครื่อง M42 ด้วย (ขายให้กับ Moss Engineering) เราคุยกันเหมือนเวลาบินได้ไปและ Jim บอกผมว่าได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเจ้า H.A.N.S เอาไว้ และให้ผมพร้อมเซนต์ชื่อเอาไว้ให้ผมด้วย!

ก่อนอำลา ผมจับไม้จับมือและบอกว่าคราวหน้าเจอกันใหม่ และเขาบอกว่าอย่าให้ถึงกับสิบปีละกัน…. แน่นอน Jim ผมจะมาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และบอกเขาว่าคนที่เป็นห่วงเป็นใยชีวิตคนอื่นและทำให้วงการมอเตอร์สปอร์ตของโลกปลอดภัยขึ้นแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ไอต้องมาบ่อยแน่ๆ ขอให้ยูรอก็แล้วกัน แล้ววันนั้นผมจะมาเขียนตำนานชีวิตที่เขาโลดแล่นอยู่กับ Mazda และเครื่องยนต์โรตารี่ให้คุณฟังอีกครั้ง ผมก็อยากให้คุณรอผมด้วยเหมือนกัน!

Written by : Flying Dutchman

All Categories

Related articles

Latest articles

ผบ.ตร.รับมอบ Mercedes-Benz Sprinter

เมื่อเร็วๆ นี้ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา (คนที่ 5 จากซ้าย)  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เกียรติรับมอบรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น Sprinter สีดำ จำนวน 1คัน สำหรับใช้งาน Mobile Visa Unit โดยมี...

Ferrari Portofino M การออกเดินทาง เพื่อค้นพบอีกครั้ง

เผยโฉมวิวัฒนาการล่าสุดของยนตรกรรม GT แบบ 2 ที่นั่ง จากค่ายม้าลำพอง Portofino M มาพร้อมกับนวัตกรรมที่ขยายขีดสุดแห่งศักยภาพและความเพลิดเพลินในการขับขี่แบบ “ดื่มด่ำไปกับสายลม” ขึ้นไปอีกขั้น องค์ประกอบทางเทคนิคใหม่ประกอบด้วย ขุมพลัง V8 เทอร์โบ, Manettino แบบ 5 โหมด รวมถึงโหมด Race และเกียร์ 8 จังหวะรุ่นใหม่ เฟอร์รารี่ Portofino...

เฟอร์รารี่ คาวาลลิโน มอเตอร์ ในยุค New Normal

อย่างที่รู้กันว่า คาวาลลิโน มอเตอร์ นั้นคือผู้แทนจำหน่ายซูเปอร์คาร์สุดหรูค่าย เฟอร์รารี่แต่จากช่วงวิกฤตที่ผ่านมาการนำทัพด้วยหญิงแกร่งคนไทยหนึ่งเดียว ที่นำพาฝูงม้าลำพองเข้ามาโลดแล่นในประเทศไทยได้อย่างยิ่งใหญ่  นับเป็นโอกาสอันดีที่ทาง Bangkok Auto Salon จะนำแนวคิดและมุมมองของผู้บรหารหญิงคนนี้มาเล่าให้ฟังกัน นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัทคาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด เล่าให้ทางเราฟังว่า “เราเปิดมาได้ 10 ปีเราเป็นผู้นำในเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมาตรฐานด้านความปลอดภัย...

Share article