Home AUTO SALON Daily Formula E การแข่งรถเพื่อโลกแห่งอนาคต

Formula E การแข่งรถเพื่อโลกแห่งอนาคต

ฟอร์มูล่า อี ที่กรุงโรม อิตาลี

ย้อนไปเมื่อปี 2011 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ไอเดียของการแข่งรถที่ใส่ใจสภาพแวดล้อมและธรรมชาติก็ได้กำเนิดขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนจะถูกพัฒนาและกลายมาเป็น “รายการแข่งรถพลังงานไฟฟ้าที่นั่งเดี่ยวระดับนานาชาติ” หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ “ฟอร์มูล่า อี” โดยจุดประสงค์หลักๆแล้ว คือการสร้างเวทีและสนามการแข่งขันเพื่อให้กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆ หันมาหันมาและร่วมแสดงศักยภาพในการพัฒนายนตรกรรมที่ทำให้โลกใบดีขึ้นและสะอาดขึ้น

 

รถแข่งพลังงานไฟฟ้า เจนเนอเรชั่น 1 ในวันเปิดตัวที่ประเทศจีน

หลังจากการทำการเปิดตัวรายการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ในทั่วโลกได้ประจักษ์เมื่อปี 2014 ที่กรุงปักกิ่งประเทศจีน รายการการแข่งขัน “ฟอร์มูล่า อี” ก็เติบโตและกลายมาเป็นรายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่เรียกได้ว่าสามารถตราตรึงใจผู้ชมให้เรื่องของความบันเทิงและความเร้าใจ ซึ่งรายการแข่งขันนี้ก็เป็นจุดมุ่งหมายของทีมและนักแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกที่หวังจะมาห่ำหันเข้าคว้าชัยกัน จนทุกวันนี้มีทีมเข้าร่วมถึง 12 ทีม ประกอบไปด้วยนักแข่ง 24 คน และรถแข่งอีก 24 คัน

 

ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าในรถโมเดลอื่นๆ

สำหรับรถแข่งที่ใช้ในรายการนี้ ทุกทีมจะต้องใช้รถแบบเดียวกัน ที่ผลิตโดยบริษัท “สปาร์ค เรซซิ่ง เทคโนโลยี” โดยระบบส่งกำลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่ให้แรงม้าสูงถึง 250 แรงม้า หรือ 190 กิโลวัตต์  สามารถวิ่ง 0-100 ได้เพียง 3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 225 กม./ชม. และยังสามารถเจนเนอร์เรทพลังงานไฟฟ้ากลับไปชาร์ตที่แบตเตอร์รีระหว่างการแข่งขันได้อีกด้วย หลังการแข่งขันในซีซั่นที่ 2 ทางทีมแข่งก็สามารถปรับเปลี่ยนอะไหล่หรืออุปกรณ์บางอย่างแล้วมาใช้ของค่ายตัวเองได้ได้เช่น มอเตอร์, อินเวอร์เตอร์, กล่องเกียร์ และระบบระบายความร้อนต่างๆ แต่ตัวถังและแบตเตอร์รี่ยังต้องเป็นของส่วนกลางเท่านั้น

 

ภาพเปิดตัวรถแข่งเจนเนอเรชั่น 2

ในช่วงซีซั่นแข่งขันในปี 2018-2019 ที่ผ่านมา รถแข่ง “ฟอร์มูล่า อี เจนเนอเรชั่น 2” ก็ได้ถูกเปิดตัวและนำมาใช้ในการแข่งขัน โดย “เจ้าเจน 2” ก็ได้ถูกพัฒนาและอัพเกรดขึ้นมาทั้งในเรื่องขนาดแบตเตอร์รี่และกำลังส่งของมอเตอร์ไฟฟ้า โดยแบตเตอร์รี่รุ่นใหม่นี้สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้ามากกว่ารุ่นเก่าถึง 2 เท่า อยู่ที่ 54 kWh ครอบคลุมระยะวิ่งระหว่างการแข่งขัน ส่งผลให้นักแข่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรถระหว่างการแข่งขันนั่นเอง ส่วนมอเตอร์เองก็แรงขึ้นอีก 50 kW สามารถทำความเร็วสูงสุดเพิ่มได้เป็น 280 กม./ชม.และตัวถังก็ได้ถูกออกแบบใหม่เป็นทรงตัว “T” เพื่อป้องกันส่วนหัวของนักแข่งในกรณีที่เกิดการชน และยังป้องกันการกระเด็นของวัตถุต่างๆ ระหว่างการแข่งขัน และยังแถบไฟ LED แสดงสถานะของโหมดการขับขี่ ให้แฟนๆ ได้ทราบว่านักแข่งกำลังจะขับแบบไหน สำหรับยางที่ใช้ในการแข่งขัน ก็ยังเป็นยางของ มิชลิน รุ่นที่สามารถวิ่งได้ทุกสภาพอากาศ

 

ถึงแม้ “ฟอร์มูล่า อี” จะไม่มีความเร้าใจของเสียงคำรามของเครื่องยนต์เหมือนรายการแข่งขันอื่นๆ แต่ความสนุกของ “ฟอร์มูล่า อี” ก็ยังคงเป็นการวางแผนเชิงกลยุทธ์ระหว่างการแข่วและการชิงความเป็นที่ 1 ในโลกแห่งความเร็ว แต่ด้วยภาวะการระบาดของโรค “โควิด 19” ทำการแข่งขันเกือบทุกรายการต้องงดไป ซึ่งก็รวมไปถึงการแข่งล้อเปิดพลังงานไฟฟ้ารายการนี้ด้วย แต่แฟนๆก็ยังสามารถไปร่วมลุ้นกับทีมและนักแข่งที่ชื่นชอบได้ เพราะยังมีการแข่งขัน “ฟอรฺมูล่า อี ซิมูเลเตอร์” ที่แข่งแบบออนไลน์ เป็นการร่วมมือกับทาง ยูนิเซฟ เพื่อเป็นการระดมทุนช่วยเหลือบุคลาการที่ต้องการความช่วยเหลือทั้วโลก และหวังว่าเราต้องจะได้กับมาดูและเชียร์เหล่านักแข่งที่เราชื่นชอบในเร็วๆนี้ พร้อมวลีว่า “AND WE GO GREEN”

 

ข้อมูล: https://www.fiaformulae.com/
เรียบเรียง/แปล: RCboy

All Categories

Related articles

Latest articles

‘ซูซูกิ’ เชิญสื่อมวลชนร่วมพิสูจน์ ทดสอบสมรรถนะ SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION ผ่านสนามทดสอบแบบ GYMKHANA

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท  ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากการที่ซูซูกิมีการแนะนำ SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์รุ่นพิเศษที่ต่อยอดมาจาก SWIFT GL รุ่นมาตรฐาน ในราคาเริ่มต้นที่ 541,000 บาท เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ...

นายชยภัค ลายสุวรรณ จะเข้ารับหน้าที่ดูแลบริหารงานด้านสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศ    นายชยภัค ลายสุวรรณ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารผลิตภัณฑ์ จะเข้ารับหน้าที่ดูแลบริหารงานด้านสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป “นายชยภัค ได้แสดงศักยภาพให้เห็นถึงการส่งมอบนวัตกรรม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ และการทดสอบผลิตภัณฑ์ร่วมกับสื่อมวลชนสัมพันธ์...

Ferrari Monza SP1 คว้ารางวัลชนะเลิศ Compasso d’Oro ปี 2020

เป็นครั้งแรกของม้าลำพองในซีรีส์ Icona ที่ได้รับรางวัลการออกแบบอันทรงเกียรตินี้ ทั้งการออกแบบและเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันซับซ้อน ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งแบบ Barchetta ระดับตำนานของ Ferrari Monza SP1 เป็นหนึ่งในรถเพียง 11 คัน (และเป็นเฟอร์รารี่คันที่ 3) ในประวัติศาสตร์ของ ADI Awards ที่ได้รับตำแหน่งชนะเลิศนี้   Ferrari Monza SP1 ชนะรางวัลอันทรงเกียรติ Compasso d’Oro...

Share article