โตโยต้า กับกลยุทธ์ “Multi – Pathway Strategy” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน

0
24

ในโอกาสครบรอบการดำเนินงานในประเทศไทยครบรอบ 60 ปี บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้มีการประกาศวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อยกระดับการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างความสุขของผู้คนและความยั่งยืนของสังคม รวมถึงสานต่อและเติมเต็มพันธกิจของ โตโยต้าในระดับโลก โดยหนึ่งในความท้าทายใหม่ที่สำคัญ คือ การบรรลุเป้าหมายการสร้าง “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutrality)

เพื่อบรรลุพันธกิจดังกล่าว โตโยต้า ในฐานะ “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน ที่เพียบพร้อมด้วยยานยนต์ไฟในทุกรูปแบบ” หรือ “electrification full line-up car maker” โดยได้กำหนด กลยุทธหลักในการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง หรือ “Multi – Pathway Strategy” ว่าด้วยการมุ่งมั่นในการเฟ้นหาทุกความเป็นไปได้ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเดินทางของผู้คน โดยคำนึงถึงความเป็นจริงของโลกในยุคปัจจุบันที่ผู้คนเต็มไปด้วยความหลากหลายและยากจะคาดเดา ด้วยเหตุนี้ โตโยต้าจึงมุ่งเตรียมพร้อมนำเสนอทางเลือกต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อรองรับความต้องการของผู้คนทั่วโลก และเพื่อสอดรับกับปรัชญาของโตโยต้าที่จะมุ่งผลักดัน “การขับเคลื่อนสำหรับทุกคน” โดย “ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

นำมาสู่การคิดค้นนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์รูปแบบใหม่ ๆ ทั้งการวิจัยพัฒนาระบบขับเคลื่อนต่าง ๆ ที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน รองรับการใช้งานพลังงานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นทางเลือกในการเดินทางของผู้คนด้วยยานยนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม สามารถใช้งานได้จริงและความเหมาะสมของโครงสร้างพื้นฐานแต่ละพื้นที่ อันเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการส่งเสริมให้ยานยนต์ที่มีส่วนในการลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ในระยะยาวต่อไป

สำหรับประเทศไทย การที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น โตโยต้าไม่อาจวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านทั้งองคาพยพได้เพียงลำพัง หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นทั้งหลาย ตลอดจนต้องมีความเข้าใจถึงข้อมูลเกี่ยวกับการรับรู้ของผู้คน เช่น พฤติกรรมการใช้งาน ระดับความเชื่อมั่นและความพึงพอใจในแต่ละเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ภายใต้สภาพแวดล้อมการใช้งานจริงในประเทศไทย

โตโยต้าจึงได้เริ่มโครงการทดลองเพื่อศึกษาวิจัยข้อมูลดังกล่าว ภายใต้ “โครงการทดลองการเดินทางโดยระบบขับเคลื่อนยุคใหม่ เพื่อลดมลภาวะในเมืองพัทยา” ณ เทศเมืองพัทยา ตั้งแต่ปี 2563 โดยร่วมกับพันธมิตรในภาคส่วนต่างๆ อาทิ องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน ตลอดจนภาครัฐและผู้ประกอบการในจังหวัดชลบุรี ร่วมจัดสร้างระบบนิเวศเพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ที่เราได้จัดเตรียมไว้ให้ผู้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวทดลองใช้งานในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงความร่วมมือในโครงการเปิดสถานีไฮโดรเจนแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) ที่โตโยต้านำมาสาธิตการใช้งานในรูปแบบของรถรับส่งระหว่างสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจในพื้นที่พัทยา – ชลบุรี อีกด้วย

โตโยต้าได้มีการนำรถยนต์ซึ่งมีเทคโนโลยีขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ มาทดลองใช้งานภายใต้โครงการความร่วมมือดังกล่าว อันได้แก่
1) การให้บริการเดินทางรูปแบบระยะสั้น (Last mile) ด้วยรถยนต์โตโยต้า รุ่น ซี พลัส พอด (C+Pod) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก (BEV) มีระยะทางการวิ่งอยู่ที่ 80 กิโลเมตร สำหรับให้นักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา สามารถใช้บริการในรูปแบบของการเดินทางระยะสั้น ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆภายในพื้นที่หาดพัทยา
2) การให้บริการเดินทางรูปแบบระยะกลาง (Multi Travelling) ด้วยรถยนต์โตโยต้า รุ่น Prius Prime รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มีระยะทางการวิ่งอยู่ที่ 1,000 กิโลเมตร รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฮบริด (HEV) รุ่น Corolla CROSS มีระยะทางการวิ่งอยู่ที่ 800 กิโลเมตร และรถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV) Lexus UX มีระยะทางการวิ่งอยู่ที่ 400 กิโลเมตร ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางในรูปแบบของเส้นทางระยะกลาง ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ภายในพื้นที่ตัวเมืองพัทยาและพื้นที่ไกล้เคียง
3) การให้บริการเดินทางรูปแบบระยะไกล (Long Distance) ด้วยรถยนต์โตโยต้า รุ่น มิไร (MIRAI) รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) มีระยะทางการวิ่งอยู่ที่ 750 กิโลเมตร ให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบของรถโดยสารสาธารณะ Airport Limousine รับส่งผู้โดยสารเส้นทางระหว่าง สนามบินอู่ตะเภา – เมืองพัทยา หรือ สนามบินอู่ตะเภา – กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ การให้บริการรถยนต์ใน “โครงการทดลองการเดินทางโดยระบบขับเคลื่อนยุคใหม่ เพื่อลดมลภาวะในเมืองพัทยา” เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ สามารถจองการใช้บริการได้ด้วยตนเอง ผ่านแอพพลิเคชั่น HAUP สำหรับบริการเดินทางแบบระยะสั้นและระยะกลาง ในขณะที่บริการเดินทางแบบระยะไกล สามารถติดต่อใช้บริการได้ผ่านช่องทางการติดต่อของอู่ตะเภาแอร์พอร์ตลิมูซีน

ในส่วนของสถานีชาร์จพลังงานของรถที่ใช้ภายในโครงการฯนี้ ปัจจุบันโตโยต้าได้มีการร่วมมือกับพันธมิตรในการติดตั้งสถานีชาร์จเพื่อรองรับการให้บริการไว้จำนวนทั้งสิ้น 3 จุด ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา รวมถึงสถานีเติมไฮโดรเจนแห่งแรกในประเทศไทย ณ อำเภอบางละมุง และมีเป้าหมายที่จะขยายความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆเพื่อเพิ่มจุดบริการสถานีชาร์จพลังงานให้ครอบคลุมพื้นที่และสามารถรองรับการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต

โตโยต้ามีความคาดหวังว่าผลสำเร็จที่ได้รับจากโครงการความร่วมมือนี้ จะสามารถขยายผลเครือข่ายความร่วมมือให้ครอบคลุมไปยังภาคผู้ประกอบการ และภาคชุมชน ในจังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมมอบเป็นสิทธิพิเศษแก่ผู้ใช้งาน และกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสามารถต่อยอดและขยายผลของโครงการไปยังภูมิภาคอื่นๆต่อไป ในการนำผลการศึกษาไปแบ่งปันกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางรากฐานระบบคมนาคมในยุคหน้า ตลอดจนเป็นแนวทางให้โตโยต้าสามารถนำเสนอทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสม และสามารถเติมเต็มพันธกิจในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ไปพร้อมกับชาวไทยทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here